SA365 กีฬา คาสิโน บาคาร่า สล็อต
เว็บเดียวจบครบทุกการเดิมพัน มั่นคง รวดเร็ว ปลอดภัย

โป๊กเกอร์ในความจริง ไม่ง่ายเหมือนในหนัง มาดูเหตุผลกัน

โป๊กเกอร์ในความจริง ไม่ง่ายเหมือนในหนัง มาดูเหตุผลกัน

            สำหรับนักพนันคนไหนไม่ใช่คนวงในของพนัน โป๊กเกอร์ อาจจะมีภาพจำจากภาพยนตร์ ละคร หรือตามสื่อต่าง ๆ กันใช่หรือเปล่าถึงการต่อสู้ของชุดไพ่อันดุเดือด ด้วยเสตรทฟลัชบ้าง แต่ถูกคู่ต่อสู้กลบด้วยรอยัลสเตรทฟลัชกลับไปอย่างตื่นตาตื่นใจ แต่รู้หรือไม่ว่าเรื่องแต่งก็คือเรื่อง วงการโป๊กเกอร์จริง ๆ แล้วไม่ได้ใกล้เคียงกับการต่อสู้ในเรื่องราวเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย จะเน้นไปทางการบลัฟมากกว่าแต้มของไพ่ด้วยซ้ำ

เกมพนัน โป๊กเกอร์ ไม่ง่ายอย่างไร? ยากมากไหม

            เกมพนันโป๊กเกอร์ค่อนข้างจะแตกต่างกับเกมพนันอื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเกมพนันส่วนใหญ่จะนับทางด้านของแต้มรวมเป็นหลัก นำไพ่ต่าง ๆ มาบวกกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมพนันบาคาร่าที่ต้องบวกแต้มของไพ่บนมือให้ได้ 8 – 9 เกมพนันแบล็คแจ็คที่ต้องบวกแต้มไพ่บนมือให้ได้ 21 หรือกระทั่งเกมเสือมังกรยังนับแค่ไพ่ใบไหนแต้มมากกว่ากันเท่านั้น

            สำหรับวงการพนันโป๊กเกอร์จะค่อนข้างพิเศษกว่าเกมพนันทั่วไป ตรงที่มีคำศัพท์เฉพาะที่เข้าใจยาก และต้องเรียงลำดับชุดไพ่ในมือให้ถูกด้วย อีกทั้งยังต้องอ่านหรือคาดเดาไพ่บนมือผู้เล่นคนอื่นด้วยว่าจะมีชุดไพ่ที่สูงกว่าหรือไม่ ถ้านักพนันคนไหนเป็นมือใหม่ประสบการณ์ยังไม่มากหากไปเจอกับผู้เล่นชั้นสูง ๆ เซียน ๆ จะทำให้ถูกกดดันได้ง่าย หรือนักพนันที่ไม่ได้เข้าสายโป๊กเกอร์ตั้งแต่แรก อาจจะมองว่าวงการโป๊กเกอร์นั้นเล่นยากก็เป็นได้ แต่ถ้าเรียนรู้จริง ๆ ก็จะเข้าใจและไม่ยากเลย

อันดับชุดไพ่ของ โป๊กเกอร์

            ก่อนอื่น เพื่อไปยังหัวข้อถัดไปมาทำความรู้จักกับอันดับชุดไพ่ของโป๊กเกอร์กันก่อนดีกว่า ซึ่งสามารถเรียงชุดไพ่ตามอันดับจากสูงไปต่ำได้ ดังนี้

1.Royal Straight Flush (รอยัลสเตรทฟลัช)

            เป็นชุดไพ่ที่มีอันดับสูงที่สุดในการเล่นโป๊กเกอร์ ซึ่งจะต้องมีไพ่ A, K, Q, J และ 10 โดยไพ่ทั้งหมดนั้นจะต้องมีดอกเดียวกัน และทุกดอกทุกสีจะมีค่าเท่ากัน หากผู้เล่นได้ไพ่ชุดนี้เหมือนกันจะถือว่าเสมอ แบ่งเงินเดิมพันกันคนละครึ่ง

2.Straight Flush (สเตรทฟลัช)

            เป็นชุดไพ่ที่มีอันดับสูงรองลงมาในการเล่นโป๊กเกอร์ ซึ่งจะต้องมีไพ่ 5 ใบเรียงลำดับกัน โดยไพ่ทั้งหมดนั้นจะต้องมีดอกเดียวกัน เช่น A, 1, 2, 3 และ 4

3.Four of a kind (โฟว์ออฟไคท์ หรือ โฟว์การ์ด หรือ ไพ่สี่ใบ)

            ชุดไพ่สี่ใบอาจมีชื่อเรียกอีกอย่างได้ว่า Quad โดยไพ่ทั้งหมดนั้นจะต้องเป็นแต้มเดียวกัน เช่น ถ้าเป็น A ก็ต้องเป็น A ทั้งห้าใบ

4.Full House (ฟูลเฮาส์)

            ชุดไพ่นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างได้ว่า ตองคู่  เพราะชุดไพ่จะประกอบด้วยไพ่ตอง และไพ่คู่ เช่น ได้ A จำนวน 3 ใบ และได้ 2 จำนวน 2 ใบ เป็นต้น หากผู้เล่นได้ไพ่ชุดนี้เหมือนกันจะต้องนับแต้มตอง ใครที่มีแต้มมากกว่าจะถือว่าชนะ

5.Flush (ฟลัช)

            ชุดไพ่นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ชุดไพ่สี เพราะชุดไพ่ทั้งหมดนั้นจะต้องเป็นดอกเดียวกัน เช่น ถ้าเป็นโพดำ ก็ต้องเป็นโพดำทั้งหมดห้าใบ หากผู้เล่นได้ไพ่ชุดนี้เหมือนกันจะต้องนับคนที่มีแต้มไพ่ ใครที่มีแต้มมากกว่าจะถือว่าชนะ

6.Straight (สเตรท)

            ชุดไพ่นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ชุดไพ่เรียง เพราะชุดไพ่ทั้งหมดนั้นจะต้องเรียงกัน 5 ใบ เช่น A, 1, 2, 3 และ 4 หากผู้เล่นได้ไพ่ชุดนี้เหมือนกันจะต้องนับคนที่มีแต้มมากที่สุด ใครที่มีแต้มมากกว่าจะถือว่าชนะ

7.Three of a kind (ทรีออฟไคท์ หรือ ทรีการ์ด หรือ ไพ่ตอง)

            ไพ่สามใบหรือที่คนไทยเรียกกันว่า ไพ่ตอง โดยชุดไพ่ทั้งหมดนั้นจะต้องมีไพ่แต้มเหมือนกัน 3 ใบ เช่น มีไพ่ A สามใบ จะถือว่าได้ไพ่ตอง หากผู้เล่นได้ไพ่ชุดนี้เหมือนกันจะต้องนับจากแต้มไพ่บนมือหรือแต้มของไพ่ที่เหลือ ใครที่มีแต้มมากกว่าจะถือว่าชนะ

8.Two pair (ทูแพร์ หรือ ไพ่ 2 คู่)

            ไพ่คู่ โดยชุดไพ่ในมือจะต้องมีไพ่แต้มเหมือนกัน 2 คู่ เช่น มีไพ่ A สองใบ และไพ่ K สองใบ จะเรียกว่าไพ่คู่ หากผู้เล่นได้ไพ่คู่แต้มเดียวกัน จะต้องนับจากแต้มไพ่บนมือหรือแต้มของไพ่ที่เหลือ ใครที่มีแต้มมากกว่าจะถือว่าชนะ  

9.One pair (วันแพร์ หรือ ไพ่ 1 คู่)

            ไพ่คู่เดียว โดยชุดไพ่ในมือจะต้องมีไพ่แต้มเหมือนกัน 1 คู่ เช่นมีไพ่ A สองใบ หากผู้เล่นได้คู่แต้มเดียวกัน จะต้องนับจากแต้มไพ่บนมือหรือแต้มของไพ่ที่เหลือ ใครที่มีแต้มมากกว่าจะถือว่าชนะ

10.High card (ไฮท์การ์ด หรือ ไพ่สูง)

            ไพ่สูง โดยชุดไพ่ในมือจะต้องมีไพ่สูงจำพวก A, K หรือ Q เป็นชุดไพ่ที่มีแต้มต่ำที่สุด หากผู้เล่นได้ไพ่สูงแต้มเดียวกัน จะต้องจากแต้มไพ่บนมือหรือแต้มของไพ่ที่เหลือ ใครที่มีแต้มมากกว่าจะถือว่าชนะ

อัตราการออกของไพ่ โป๊กเกอร์ แต่ละชุด

  1. Royal Straight Flush : 0.00015%
  2. Straight Flush : 0.0015%
  3. Four of a kind : 0.024%
  4. Full House : 0.14%
  5. Flush : 0.2%
  6. Straight : 0.39%
  7. Three of a kind : 2.1%
  8. Two pair : 4.75%
  9. One pair 42%
  10. High card 50%

สรุป โป๊กเกอร์ ในความจริง

            จากที่เห็นในอัตราการออกแล้วว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับอัตราการออกของไพ่ที่มีแต้มสูง ๆ กระทั่งในรายการแข่งขันโป๊กเกอร์ระดับโลกอย่าง WSOP นั้นก็มีน้อยครั้งมากที่ผู้ชนะโป๊กเกอร์จะชนะด้วยชุดไพ่อันดับสูง เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้พบเจอในคาสิโนจริงมากกว่า

            บทความที่แนะนำเทคนิคโป๊กเกอร์ไปในครั้งก่อนก็บอกไปแล้ว ว่าหัวใจหลักแห่งวงการพนันโป๊กเกอร์นั้นอยู่ที่การบลัฟให้คนอื่นคิดว่าตนเองได้ไพ่สูงต่างหากสำคัญยิ่งกว่าการได้ไพ่ชุดอันดับดี ๆ ดังนั้นแล้วต่อให้นักพนันของ SA365 คนไหนไปลองเล่นโป๊กเกอร์แล้วได้แต่ชุดไพ่อันดับล่าง ๆ ก็ไม่ต้องกังวลไป และยังสามารถชนะได้อยู่นะ! 

@sa365v1
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Line id : sa365v1
แอดไลน์ หรือ สแกน QR Code