ย้อนกลับ

ตำนานในวงการโป๊กเกอร์ จอห์นนี่ มอส นักโป๊กเกอร์คนแรกของโลก


ตำนานในวงการโป๊กเกอร์ จอห์นนี่ มอส นักโป๊กเกอร์คนแรกของโลก

            ช่วงเวลาอันยาวนานของประวัติศาสตร์ โป๊กเกอร์ อาจจะมีผู้แพ้และผู้ชนะอยู่มากมาย แต่เพราะยังไม่มีผลคะแนนและสถิติแน่ชัด จนไม่อาจนับได้ว่าใครกันแน่คือเทพเจ้าในตำนานโป๊กเกอร์อย่างแท้จริง กระทั่งเกิดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์โป๊กเกอร์ระดับโลกครั้งแรกขึ้นในปีค.ศ. 1970 ที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีเหล่านักโป๊กเกอร์มากมายเข้ามาดวลฝีมือกัน และผู้ที่รับฉายาว่าเป็นแชมป์นักโป๊กเกอร์คนแรกของโลกก็คือ จอห์นนี่ มอสนั่นเอง

ประวัติเบื้องต้นของจอห์นนี่ มอส

            จอห์นนี่ มอส (Johnny Moss) เป็นคนเท็กซัส เขาเกิดที่มาร์แชลล์ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกาวันที่ 14 พฤษภาคม ปี ค.ศ.1907 ที่เท็กซัส มอสในช่วงวัยรุ่นได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง รวมถึงการเล่นพนันด้วย เขากล่าวว่ามีนักโกงพนันกลุ่มหนึ่งสอนวิธีการโกงพนันให้กับเขา ซึ่งเขาก็ได้นำมันไปใช้จริง ๆ จนกระทั่งได้รับการว่าจ้างจากบาร์แห่งหนึ่งให้เข้าไปดูแลเกมพนัน และตรวจสอบว่าจะไม่มีใครเล่นตุกติกอะไรในบาร์นั้น มอสที่มีประสบการณ์จากการโกงพนันคนอื่น ได้หันมาทำงานที่คอยตรวจจับคนโกงเสียเอง

            สองปีต่อมาเขาได้ย้ายไปที่เมืองโอเดสซา แต่ยังคงอยู่ในรัฐเท็กซัส มอสได้ทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน และการพนันเหมือนเดิม เขาอยู่แบบนั้นมาเป็นเวลาหลายปีก่อนจะได้เข้าร่วมการพนันใหญ่อย่างจริงจังครั้งแรก

            ในปีค.ศ. 1949 เขาก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันโป๊กเกอร์มาราธอน Hand-up (ขณะนั้นมอสอายุ 42 ปี)  ซึ่งเป็นการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ที่ได้กลายเป็นตำนานก่อนจะมี WSOP ขึ้น เมื่อจอห์นนี่ มอสได้พบกับนิค เดอะกรีซ (Nick The Greek) ผู้โด่งดังในวงการพนันและโป๊กเกอร์ ในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นสุดการทัวร์นาเมนต์ซึ่งกินระยะเวลากว่า 5 เดือน และเงินเดิมพันอยู่ที่ 2 – 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นิค เดอะกรีซได้เอ่ยประโยคที่กลายเป็นตำนานของวงการโป๊กเกอร์ว่า “Mr. Moss, I have to let you go” (คุณมอส ฉันต้องปล่อยคุณไป)

เมื่อจอห์นนี่ มอสก้าวเข้าสู่การแข่งขัน WSOP

            อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าจอห์นนี่ มอสนั้นได้รับแชมป์นักโป๊กเกอร์มาจากรายการการแข่งขันนี้ปี ค.ศ. 1970 ซึ่งหมายความว่าขณะนั้นเขาก็อายุ 63 แต่เหมือนเวลาที่ผ่านไปและอายุที่มากขึ้นไม่ได้ลดทอนฝีมือของเขาลงเลยแม้แต่น้อย เพราะนอกจากจะคว้าแชมป์คนแรกของ WSOP ไปแล้ว เขายังสร้างสถิติแชมป์สองสมัยซ้อนในปีต่อมาอีกด้วย

            ไม่เพียงแค่นั้น จากบันทึกของ WSOP เขาได้ร่วมการแข่งขันทั้งหมด 9 ครั้งด้วยกัน ดังนี้

  1. ค.ศ. 1970 เข้าร่วมการแข่งขันหลัก World Series of Poker World Championship และได้เป็นแชมป์โป๊กเกอร์
  2. ค.ศ. 1971 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท Limit Ace to 5 Draw พร้อมกับเงินรางวัลกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  3. ค.ศ. 1971 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท No Limit Hold’em World Championship ในเรท 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ เขาได้รับแชมป์รายการนี้พร้อมกับเงินรางวัลอีก 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  4. ค.ศ. 1974 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท No Limit Hold’em World Championship ในเรท 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากห่างหายไป 3 ปี เขากลับมาทวงแชมป์โป๊กเกอร์อีกครั้ง พร้อมคว้าเงินกลับบ้านกว่า 160,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  5. ค.ศ. 1975 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท Seven Card Stud ในเรท 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับชนะเงินพนัน 44,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  6. ค.ศ. 1976 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท Seven Card Stud ในเรท 500 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับชนะเงินพนัน 13,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  7. ค.ศ. 1979 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท Seven Card Stud ในเรท 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับชนะเงินพนัน 48,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  8. ค.ศ. 1981 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท Seven Card Stud Hi – Lo ในเรท 1,000 พร้อมกับชนะเงินพนัน 33,500 ดอลลาร์สหรัฐ
  9. ค.ศ. 1988 เข้าร่วมการแข่งขันประเภท Ace to Five Draw ในเรท 1,500 พร้อมกับชนะเงินพนัน 116,400 ดอลลาร์สหรัฐ

            จะเห็นได้ว่าแท้จริงแล้วเขาได้รับแชมป์ถึงสามสมัย ถึงแม้เขาจะได้รับสถิติแชมป์โป๊กเกอร์สองสมัยซ้อนก็ตาม นอกจากนี้เขายังได้รับกำไลทอง อันเป็นสัญลักษณ์ของนักโป๊กเกอร์ระดับสูงในการแข่งขัน WSOP ทั้งหมด 9 ชิ้นด้วยกัน พร้อมกับการบันทึกว่าเขาเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดที่ได้รับกำไลข้อมือ จนทุกวันนี้ถึงจะมีการแข่งขันกันทางสถิตินักโป๊กเกอร์ที่อายุน้อยกัน แต่ก็ยังไม่มีใครโค่นสถิตินักโป๊กเกอร์ที่อายุมากที่สุดของเขาได้ และ WSOP ยังจดบันทึกไว้อีกว่าจอห์นี่ มอสนั้น ได้กวาดเงินรางวัลรวมกับเงินเดิมพันไปจากการแข่งขันกว่า 834,422 ดอลลาร์สหรัฐ

            ในวงการโป๊กเกอร์ยุคแรก จอห์นนี่ มอสได้รับการเล่าขานเป็นดั่งตำนานของนักโป๊กเกอร์เลยทีเดียว แม้เขาจะไม่เคยเปิดเผยเทคนิคการเล่นของตัวเอง แต่มีผู้เล่ากลยุทธ์ในการเล่นของจอห์นี่ มอสเมื่อเข้ารอบลึกขึ้นก็คือการพยายามข่มขู่กดดันคู่ต่อสู้นั่นเอง และเขาเองก็มีสมญาในวงการโป๊กเกอร์ว่า The Grand Old Man of Poker หรือชายชราผู้ยิ่งใหญ่แห่ง โป๊กเกอร์ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในอีก 7 ปีต่อมาหลังจากการแข่งขันครั้งสุดท้ายใน WSOP ของเขาด้วยวัย 88 ปี แต่ด้วยฝีมือการเล่นที่เหนือชั้นของเขาทำให้ได้แชมป์สถิติแชมป์สองสมัยซ้อน และชนะกว่า 3 ครั้ง ใครหลายคนจึงค่อนข้างเคารพนับถือ และยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งวงการโป๊กเกอร์ ที่ในทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครโค่นตำนานของเขาลงได้

            อย่างที่ใครหลายคนกล่าวไว้ว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัดการทำในสิ่งที่ตัวเองรักและใฝ่ฝัน กระทั่งวงการการพนันก็เช่น มิหนำซ้ำยังเปิดกว้างทุกเพศทุกวัยอีกด้วย จอห์นนี่ มอสเองก็พิสูจน์ให้เราดูแล้วถึงอายุที่เป็นเพียงแค่ตัวเลข แถมยังสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครโค่นได้ทิ้งเอาไว้หลังจากที่ตนเองเสียชีวิตอีกด้วย