ย้อนกลับ

มาทัวร์ดูลอตเตอรี่ต่างประเทศกันบ้างดีกว่า ตอน ทวีปเอเชียใกล้บ้าน (2)


มาทัวร์ดู ลอตเตอรี่ ต่างประเทศกันบ้างดีกว่า ตอน ทวีปเอเชียใกล้บ้าน (2)

จากบทความคราวก่อนของ SA365 ซึ่งได้กล่าวถึงลอตเตอรี่ของประเทศไทยและทวีปเอเชียไปบางส่วนแล้ว ครั้งนี้เราจะมาต่อกันกับลอตเตอรี่ของทวีปฝั่งเอเชียอีกครั้ง สักสองสามประเทศก่อนที่จะพาข้ามไปดู ลอตเตอรี่ ของประเทศแถบทวีปตะวันตก เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา มาดูกันเลย 

ลอตเตอรี่ในประเทศแถบเอเชีย 

ในครั้งที่แล้ว SA365 ได้กล่าวถึง ประเทศในเอเชีย ประกอบด้วย ลาว เวียดนาม และสิงคโปร์ อันเป็นประเทศที่ค่อนข้างบ้านใกล้เรือนเคียงกับประเทศเรา อีกทั้งยังเป็นอาเซียนด้วยกัน ครั้งนี้จึงจะพาเดินทางไกลกันสักเล็กน้อยไป แต่ยังคงอยู่ในทวีปเอเชียอย่างแน่นอน 

4. ประเทศเกาหลีใต้: ล็อตโต้

ประเทศเกาหลีใต้ สำหรับนักพนันสายดูหนังซีรี่ย์อาจจะมีความรู้จักกันอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ไม่เคยได้รู้จักหรือสัมผัสกับประเทศเกาหลี โดยเฉพาะกับวงการพนันทางเราจะรับหน้าที่อธิบายให้ฟังเอง เริ่มต้นกันด้วยข้อห้ามของประเทศเกาหลีซึ่งจำกัดให้ผู้ที่มีอายุ 19 ปีขึ้นไปถึงจะสามารถซื้อลอตเตอรี่ได้ หรือที่ประเทศเกาหลีเรียกว่าล็อตโต้ ออกรางวัลทุกวันเสาร์ เวลา 18.45 น. ตามเวลาของประเทศเกาหลี 

ลอตเตอรี่ของเกาหลีจะมีรูปแบบที่ค่อนข้างคล้ายกับลอตเตอรี่ของสิงคโปร์ นั่นก็คือสามารถซื้อได้ครั้งละ 1 ชุด และใน 1 ชุดจะมีเลขทั้งหมด 6 ตัว โดยใน 6 ตัวนั้นสามารถเลือกเลขได้ตั้งแต่ 1 – 45 ชุดหนึ่ง ๆ จะมีราคาประมาณ 1,000 วอน (ประมาณเกือบ 30 บาท) 

หากเป็นในประเทศไทยลอตเตอรี่จะพบได้ตามร้านแผงลอยและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จนเป็นภาพคุ้นตาสำหรับคนไทยใช่หรือเปล่า แต่ในประเทศเกาหลีจะมีร้านเฉพาะเจาะจงสำหรับขายลอตเตอรี่มากกว่า การจะพบเห็นโดยบังเอิญเป็นไปได้ยาก นอกจากจะค้นหาเพราะอยากจะซื้อจริง ๆ นอกจากนี้ร้านสำหรับขายล็อตโต้แล้ว ร้านสะดวกซื้อบางแห่งของเกาหลีเองก็มีบริการขายล็อตโต้อยู่บ้าง 

รางวัลของล็อตโต้เกาหลีมีดังนี้

  • รางวัลที่ 1 เลขจะต้องตรงทั้งหมด 6 ตำแหน่ง เงินรางวัลจะได้ 75% ของงบประมาณรางวัลทั้งหมด (หากถูกหลายคนก็ต้องเฉลี่ยกันไป) 
  • รางวัลที่ 2 เลขจะต้องตรงทั้งหมด 5.5 ตำแหน่ง (ในการออกรางวัลจะมีเลขพิเศษมาให้อีก 1 ตัว ดังนั้นต้องถูกรางวัล 5 ใน 6 หมายเลข ตัวใดตำแหน่งใดก็ได้) เงินรางวัลจะได้ 20% ของงบประมาณรางวัลทั้งหมด (หากถูกหลายคนก็ต้องเฉลี่ยกันไป)   
  • รางวัลที่ 3 เลขจะต้องตรงทั้งหมด 5 ตำแหน่ง เงินรางวัลจะได้ 5% ของงบประมาณรางวัลทั้งหมด (หากถูกหลายคนก็ต้องเฉลี่ยกันไป)    
  • รางวัลที่ 4 เลขจะต้องตรงทั้งหมด 4 ตำแหน่ง เงินรางวัลจะได้ 50,000 วอน (ประมาณ 1,400 บาท) 
  • รางวัลที่ 5 เลขจะต้องตรงทั้งหมด 3 ตำแหน่ง เงินรางวัลจะได้ 5,000 วอน (ประมาณ 140 บาท) 

หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แบบนี้แล้วเงินรางวัลอาจจะดูน้อย แต่รู้ไหมว่าเงินรางวัลของล็อตโต้หรือลอตเตอรี่ขึ้นอยู่กับรายได้ของลอตเตอรี่ทั้งหมดที่ขายได้ในสัปดาห์นั้น ๆ ซึ่งไม่ใช่น้อย ๆ ในงวดล่าสุด มีผู้ถูกรางวัลที่ 1 ล็อตโต้ถึง 8 คนได้ไปนิดหน่อยแค่คนละสองพันกว่าล้านวอน (ประมาณ 50 ล้านบาท) เท่านั้นเอง! 

แน่นอนว่าชาวต่างชาติหรือคนไทยที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเองก็สามารถซื้อได้เช่นกัน แค่จะเสียภาษีเล็กน้อย และต้องมีบัตรประชาชนหรือใบยืนยันตัวตน อีกทั้งล็อตโต้ของเกาหลีนั้นจะต้องขึ้นเงินภายใน 90 วัน มิเช่นนั้นจะหมดอายุและกลายเป็นเพียงเศษกระดาษ ก็เพื่อความสะดวกในการเฉลี่ยเงินรางวัลของผู้ได้รับรางวัลคนอื่น ๆ ด้วยล่ะนะ 

5. ประเทศญี่ปุ่น: ลอตเตอรี่ 

บินข้ามทะเลมายังประเทศหมู่เกาะที่มีบรรยากาศคล้ายกันกับเกาหลีสักเล็กน้อยอย่างประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้จะบอกให้หัวข้อว่าลอตเตอรี่แต่จริง ๆ แล้วคนญี่ปุ่นเรียกลอตเตอรี่กันว่า ทาคาระคุจิ (Takara Kuji) อีกทั้งยังมีลอตเตอรี่หลากหลายแบบให้เลือกเล่น จนแทบจะเหมือนรวบรวมลอตเตอรี่ของทั้งโลกมารวมกันเลยก็ว่าได้ 

ลอตเตอรี่ของญี่ปุ่นมีทั้งหมด ดังนี้ 

1) ลอตเตอรี่จัมโบ้

ลอตเตอรี่แบบจัมโบ้นั้นจะค่อนข้างคล้ายกับลอตเตอรี่ของบ้านเราอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ไม่สามารถมานั่งดูยืนดูแล้วชี้เลขที่ต้องการได้ มีทั้งแบบ 1 ใบ และแบบที่จะต้องซื้อไปยกชุด ชุดละ 10 ใบ มีตัวเลือกเพียงแค่ว่าจะให้ชุดเลขนั้นเรียงกันหรือสุ่มเลข มีเพียงปีละ 5 ครั้งเท่านั้น ได้แก่ 

  • วาเลนไทน์ จัมโบ้ ช่วงเดือน ก.พ. – มี.ค.
  • ดรีม จัมโบ้ ช่วงเดือน เม.ย. – พ.ค.
  • ซัมเมอร์ จัมโบ้ ช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค.
  • ฮัลโลวีน จัมโบ้ ช่วงเดือน ต.ค. – พ.ย.
  • เน็นมัตสึ จัมโบ้ ช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค. (Nenmatsu แปลว่า สิ้นปี) 

หน้าตาของลอตเตอรี่จัมโบ้ส่วนใหญ่จะเป็นรูปการ์ตูน มีสีสันสดใส โดยเงินรางวัลจะเปลี่ยนแปลงไปในทุกครั้ง แต่แน่นอนว่ารางวัลที่ 1 จะเริ่มต้นไม่ต่ำกว่าสิบล้านเยน 

2) ลอตเตอรี่แบบขูด 

ลอตเตอรี่ประเภทนี้จะต้องเหรียญหรือของแข็งเพื่อขูดตัวเลขในลอตเตอรี่ให้ปรากฏออกมา ค่อนข้างเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นเนื่องจากไม่ต้องรอเวลาออกรางวัล ไม่ต้องรอปีละ 5 ครั้งนั่นเอง หากเราขูดแล้วเจอภาพหรือหมายเลขตามที่กำหนดเอาไว้ก็รับรางวัลไปได้เลยทันที 

3) ลอตเตอรี่แบบออกรางวัล 

ลอตเตอรี่แบบนี้ถึงแม้หน้าตาจะเหมือนบิงโก แต่ก็เป็นลอตเตอรี่ที่รอการประกาศผลแบบปกตินั่นแหละ ซึ่งจะมีหลากหลายประเภทมาก เช่น นัมเบอร์ 3, นัมเบอร์ 4, บิงโก 5, มินิล็อตโต้, ล็อตโต้ 6 และล็อตโต้ 7 แต่ละชนิดก็มีวันประกาศผลรางวัลแตกต่างกันออกไป แต่ก็จะประกาศทุกสัปดาห์ตามวันธรรมดา จันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.45 น.ของประเทศญี่ปุ่น 

ลอตเตอรี่ประเภทนี้จะได้รับใบตารางตัวเลขมาให้ โดยจะมีตารางทั้งหมด 5 แถว เรียกว่า A, B, C, D และ E แต่ละแถวจะมีตัวเลขตามแต่ประเภทที่ซื้อ เช่น ล็อตโต้ 6 แต่ละแถวจะมี 1 – 43 ส่วนล็อตโต้ 7 แต่ละแถวจะมี 1 – 37 เป็นต้น ซึ่งวิธีเลือกเลขก็คือ

  • ใช้ดินสอฝนในช่องที่กำหนดให้ ช่องส่วนใหญ่จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมแนวตั้งคาดทับตัวเลขนั้น ๆ 
  • ฝนตัวเลขไปกี่แถว ต้องจ่ายเงินตามจำนวนแถว ถ้าระบายหมดทุกแถวต้องจ่ายจำนวนเต็ม ถ้าเลือกเลขเดียวก็จ่ายแค่ราคาของเลขเดียวเท่านั้น 

ลอตเตอรี่ของประเทศญี่ปุ่นนั้นหาซื้อได้ตามตู้ขายลอตเตอรี่ (หน้าตาคล้าย ๆ กับป้อมยาม) ตามสถานีรถไฟ หรือย่านการค้า ที่สำคัญที่สุดก็คือถึงแม้จะเป็นชาวต่างชาติ แต่ถ้าถูกรางวัลจะไม่เสียภาษีใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากภาษีจะถูกเก็บตั้งแต่เราซื้อลอตเตอรี่แล้วนั่นเอง 

แม้ในครั้งนี้ทาง SA365 จะพูดถึงแค่สองประเทศของเอเชียเท่านั้น แต่มีรายละเอียดยิบย่อยเยอะมากเลยใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นจะให้นักพนันทั้งหลายได้พักสายตากันตรงนี้เสียก่อน ค่อยมาติดตามกันต่อในบทความต่อไปที่จะพาทัวร์ซื้อลอตเตอรี่หาเลขเด็ดกับประเทศในทวีปแถบยุโรปกัน